|
| |
|
|
|
| |
 |
| |
| บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด ( มหาชน ) หรือ CPI ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย จัดทำโครงการ วิจัยขยายพันธุ์นกแสกควบคุมประชากรหนูในสวนปาล์มน้ำมัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสียหายของผลผลิต ทะลายปาล์มสด จากการทำลายของหนู ด้วยการควบคุมจำนวนประชากรหนูโดยไม่ใช้สารเคมีซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ทั้งนี้โครงการดังกล่าว สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต และงบประมาณการซื้อสารเคมีได้ปีละนับล้านบาท และจะนำไปสู่โครงการต้นแบบให้เกษตรกรหันมาใส่ใจและห่วงใยต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น |
| |
|
|
|
| |
 |
นกแสกเพศผู้และเพศเมียมีลักษณะคล้ายกันมากจนไม่สามารถจำแนกเพศได้จากลักษณะ
ภายนอกนกแสกมีอายุยืนยาวในธรรมชาติประมาณ 5 - 7 ปี สามารถผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุครบ
1 ปี วางไข่ปีละ 1-2 ครั้งในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์นกแสกจะไม่อาศัยอยู่ในโพรงรังจะเกาะหลบพักนอนในเวลากลางวันตามต้นไม้ หรือต้นปาล์มที่มีใบแน่นทึบสามารถใช้กำบังตัว
จากนกชนิดอื่นที่มักจะรุมทำร้ายมันในเวลากลางวัน ฤดูจับคู่ผสมพันธุ์ประมาณเดือนกันยายน กุมภาพันธ์ นกแสกจะจับคู่แล้วหาโพรงตามธรรมชาติ หรือรังที่สร้างให้สำหรับเป็นที่ผสมพันธุ์และวางไข่นกแสกไม่สามารถสร้างโพรงได้เองและไม่ใช้วัสดุรองรังเวลาวางไข่นกเพศเมีย
ทำหน้าที่ฟักไข่เพียงตัวเดียวนกเพศผู้จะนอนอยู่นอกรังในขณะที่ตัวเมียกกไข่จะทำหน้าที่หาล่าเหยื่อมาเลี้ยงนกตัวเมียและลูกในรัง จนกระทั่งลูกนกโต แม่นกจึงออกไปช่วยหาอาหาร
มาเลี้ยงลูก และเกาะนอนอยู่นอกรัง จำนวนไข่โดยเฉลี่ย 5 ฟองต่อรัง จำนวนลูกประมาณ 3 - 4 ตัวต่อครอก ระยะเวลาการวางไข่และฟักไข่ประมาณ30 วัน ลูกฟักออกจากไข่ไม่พร้อมกัน จะพบลูกนกขนาดแตกต่างกันในรังเดียวกัน แต่ลูกนกเติบโตเร็วมาก อายุประมาณ 60 -70 วัน ลูกนกจึงออกจากรังถ้ามีอาหารอุดมสมบูรณ์พ่อ-แม่
นกจะวางไข่รอบที่ 2 ต่อไปเลย |
|
| |
|
|
|
| |
| ในสวนปาล์มน้ำมัน นกแสกกินหนูเป็นอาหาร 100 เปอร์เซ็นต์ นกแสก 1 ตัว สามารถกินหนูท้องขาวที่เรียกว่า หนูป่ามาเลย์ ที่เป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดของปาล์มน้ำมัน ที่ให้ผลผลิตแล้ว โดยเฉลี่ย วันละ 2 ตัว หรือประมาณ 700 ตัว/ปี ลองคำนวณคร่าวๆได้ว่า ถ้ามีนกแสก 10 ตัว จะช่วยกำจัดหนูได้ถึง 7,000 ตัว/ปี หนูจำนวนนี้ถ้าปล่อยไว้ จะทำ ความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรได้มากเพียงใด และถ้าต้องใช้สารเคมีกำจัดหนู จะต้องใช้เงินซื้อและจ้างแรงงานกี่บาท รวมทั้งความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งคำนวณเป็นเงินได้ยาก |
 |
|
| |
|
|
|
| |
 |
เกษตรกรสามารถชักนำให้นกแสกเข้ามาอาศัยในสวนปาล์มโดยการสร้างรังหรือบ้านนกให้นกแสกในสวนปาล์ม ลักษณะรังสำหรับนกแสก สามารถทำจากวัสดุที่หลากหลาย และมีหลายรูปแบบ เช่น รังกล่องไม้กระดานหรือ ไม้อัดแบบบ้าน ขนาดกว้าง 60 ซ.ม. ยาว 80 ซ.ม. สูง 60 ซ.ม. มีหลังคาคลุม หรือ รังถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ภายในถังปูพื้นไม้กระดาน หรือแผ่นกระเบื้อง ติดตั้งบนเสาเหล็ก หรือเสาคอนกรีต ให้รังอยู่สูงจากพื้นดิน ประมาณ 2.5 เมตร ติดตั้งรังไว้ในบริเวณที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงดังรบกวน จำนวน 1-2 รัง ต่อพื้นที่ 50 ไร่ นกแสกในธรรมชาติ ที่ยังพอมีเหลืออยู่อาจจะเข้ามาอาศัยรังวางไข่แต่จะใช้เวลานานหลายปีกว่าที่นกป่าจะเข้ามาใช้รัง วิธีที่ได้ผลเร็วที่สุด คือ การนำลูกนกแสกที่เกิดจากการเพาะขยายพันธุ์
นกแสกไว้กำจัดหนูในสวนปาล์มมาปล่อย นกแสกจะคุ้นเคยและเข้าใช้รังได้เร็วจับคู่ผสมพันธุ์ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้นจนสามารถควบคุมจำนวนหนูไม่ให้มีมากจนก่อความเสียหาย
ต่อผลผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรได้ |
|
| |
|
|
|
| |
 |
| |
นกแสกไม่หวงพื้นที่หากินระหว่างนกแสกด้วยกัน จึงสามารถสร้างรังให้นกแสกในสวนปาล์มได้มากโดยไม่จำกัดแต่ควรกระจายรัง
ห่างกันไม่ต่ำกว่า 50 เมตร จำนวนนกแสกที่จะมีได้ไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความชุกชุมของหนูในแต่ละพื้นที่ ยกตัวอย่าง ในสวนที่มีหนู 1 ตัวทุกๆต้นปาล์ม นกแสก 1 คู่ และลูก 2 ครอก เฉลี่ยครอกละ 3 ตัว จะใช้พื้นที่หาอาหารช่วงฤดูผสมพันธุ์ประมาณ 6เดือน ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งอาจใช้อัตราส่วนนี้ในการกำหนดจำนวนรังนกแสกในสวนปาล์มได้ |
| |
|
|
|
| |
ไม่ต้องใช้สารเคมีในการกำจัดหนู การกำจัดหนูปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนกแสกทำให้เกษตรกร
สามารถลดภาระงานในการป้องกันกำจัดหนูได้เมื่อจำนวนนกแสกเพิ่มมากจนสมดุลกับประชากร
หนูจะสามารถลดความเสียหายที่ปรากฏให้เห็นบนทะลายปาล์มสดในระดับที่รุนแรง
ซึ่งโรงงานรับซื้อ ใช้เป็นตัวกำหนดราคา ไม่เกินร้อยละ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
ขายผลผลิตได้ราคาสูง ลดต้นทุนการผลิตได้มาก |
|
| |
|
|
|
| |
| เกษตรกรต้องเลิกใช้สารเคมีกำจัดหนู ใช้วิธีการที่ไม่เป็นอันตรายต่อนกแสก กำจัดหนูร่วมด้วยในระยะแรกๆที่จำนวนนกยังไม่มาก จนกระทั่งมีนกแสกมากพอจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนกแสกคอยกำจัดและควบคุมประชากรหนูต่อไปอย่างยั่งยืน
|
| |
|
|
|
| |
| เกษตรกรรายย่อยที่มีพื้นที่สวนปาล์มแต่ละรายไม่มากควรร่วมกับสวนที่อยู่ข้างเคียงหลายๆรายจะทำให้มีพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับนกแสกมากขึ้น |
| |
| |
| |